●•♪'s profileBoOkLeT`PhotosBlogLists Tools Help
Photo 1 of 14

Weather

Loading...

Horoscopes

Loading...
June, 2007

::: นี่แหละคือความเสียใจ.. ความเสียใจมันเป็นอย่างนี้..จำซะใหม่ :::

วันที่ 19 มิถุนายน 2550 เวลา 23.55 น.
Status : นอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง ข่มตายังไงก็หลับไม่ลง
 
ตึ๊ง ตึ่ง ตึง.. ตื่อ ดี้อ ดืด
เสียง Intro เพลง "ความรักฉันคือเธอ" ของแอนธิติมา ดังมาจากมือถือ(สุดน่าเบื่อ ซื้อใหม่กี่เครื่องก็ยังเบื่อ)ของเรา กลางดึก
รู้สึกใจหายนิดนุง กลัวว่าจะเป็นข่าวร้ายอย่าที่กลัว..
เพราะไม่น่ามีใครจะคึกโทรมาป่านนี้ (จากประสบการณ์ของผู้เคยโทร คงจะทราบดีว่า หากชื่อที่เมม ไม่ใช่ ปะป๊า หม่ามี๊ ที่รัก น้องบิว อย่าหวังว่าเราจะรับ เอิ๊ก)
มองบนหน้าจอสี่เหลื่ยมใหญ่ๆของมือถือ Incoming Call.. หม่ามี๊
เริ่มสั่น.. ไม่จริงนะ ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่นะ ไม่ๆๆๆ (เสียงหัวใจมันโหวกเหวก โวยวายเหมือนเจ้าของมันนั่นแหละ)
"ฮาโหล มี๊" "บุ๊ค.." "..." "เอ่อ ป๊า..ไม่อยู่แล้วนะ" "...." "เนี่ย เมื่อกี๊เอง ก่อนเที่ยงคืน 5 นาที" "....." "ก็..ไม่ต้องร้องเถอะนะลูก เราร้องมามากแล้ว ป๊าเค้าก็สบายแล้วล่ะ"
"จ..จ้ะ..." (ขอโทษค่ะ หนูร้องแล้ว แม่ หัวใจมันร้องไปแล้ว ตั้งแต่เห็นชื่อแม่โทรมาตอนดึกอย่างนี้แล้วค่ะ TT) แต่ตอนนั้น น้ำตากลับไม่มีซักหยด
ตอนแรกเลย มันเป็นความรู้สึกที่.. วูบ โหวงเหวง ว่างเปล่า พยายามหลอกตัวเองว่ามันคือฝัน ฝันร้ายค่อดๆเลยนะเนี่ย ตื่นเถอะ อยู่นานๆไม่ไหวนะ
แต่ถ้าเป็นฝัน..ทำไม มันถึงได้ปวดร้าวขนาดนี้ หัวเหมือนกับถูกกระแสไฟแล่นมาช็อตต ยังกะจะแตก จะระเบิด (เว่อร์)
 
นึกย้อนไป ภาพตอนไปเยี่ยมป๊าใน ICU ก็ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ
วันแรกๆ ป๊ายังคุย(แบบไม่มีเสียง) ยังยิ้มให้อยู่เลย ^^ เค้าจะชูนิ้ว 4 นิ้ว ว่าเราอยู่ด้วยกัน 4 คนนะ (ไม่ใช่ Fantastic 4 แต่ป๊าจะบอกว่าเราเป็น 4 เต่าทอง)
ช่วงต่อมา อาการเริ่มหนัก ป๊าเริ่มสมองเบลอ ชี้นู่นนี่เรื่อยเปื่อย ตาลอยๆ เหมือนมองอะไรไม่ค่อยเห็น แต่พอเราเข้ามาปุ๊บ เค้าก็จ้องเราเป๋งเลย แล้วก็จะเอื้อมมือมากอด
ขอให้เอาที่กั้นข้างเตียงออก แต่ก็กลัวป๊าจะตกเตียง เลยไม่ได้เอาออกให้ ป๊าคงรำคาญเนอะคะ มันเหมือนกรงเลยอ่ะ
สุดท้าย ป๊าเลยโหนตัวเราขึ้นมานั่งซะเลย จะได้กอดลูกสาวถนัด (ป๊าเก่งใช่มั๊ยล่ะ ^^b)
ช่วงหลัง ป๊าคงมองไม่เห็นอะไรแล้ว ตาขุ่นมากๆ หมอฉีดยานอนหลับให้แทบจะตลอดเวลา เพราะเค้าจะดิ้นไปมา เจ็บปวดทรมานมาก หลับเองไม่ได้
เราก็ได้แต่ไปนั่งมองป๊าเฉยๆ ยิ่งมองก็ยิ่งน้ำตาร่วงเผาะๆ มาจากไหนเยอะแยะน๊า น้ำตาเนี่ย อย่าให้ป๊าเห็นเด้ เดี๋ยวเค้าเป็นห่วงมากนะ ><
 
วันสุดท้าย ครั้งสุดท้ายที่เจอป๊า (ตอนยังมีลมหายใจ) หมอเพิ่งฉีดแวเรี่ยม แต่ป๊าไม่นอน นานแค่ไหนป๊าก็ไม่นอน มองมาทางเสียงเรา
เพราะถึงจะมองไม่เห็น แต่ยังได้ยินเสียงนี่นา วันนั้นไม่อยากกลับบ้านเลย อยากอยู่กับป๊านานๆ นั่งๆอยู่มองเห็นกราฟชีพจรป๊า
ไม่ค่อยดีแฮะ 124 แน่ะ ยังกับคนวิ่งอยู่ตลอดเวลา ร่างกายคงเหนื่อยมาก แถมเริ่มจะมีเส้นตรงบ้างแล้ว บอกตรงๆว่ากลัวมากมาย
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมกลับ เพราะถ้าเราอยู่ ยังไงป๊าก็ต้องฝืนยา ไม่ยอมนอนง่ายๆแน่ ตอนจะกลับ บ๊ายบายป๊า
ต้องสะเทือนใจอีกที หางตาป๊ามีน้ำตาไหลหยดนึง .. ตั้งแต่เกิดมา 20 กว่าปี ไม่เคยเห็นน้ำตาป๊าเลยซักหยด
 
วินาทีนั้น อยากให้ป๊าหลับนะ >< ไม่อยากเห็นเค้าต้องทรมานต่อ โดยที่เราช่วยอะไรไม่ได้เลยซักนิดแบบนี้
แล้วขนาดป๊าเป็นอย่างนี้ สายตาป๊ากลับไม่เคยมีแววขอความช่วยเหลือจากเราเลย มีแต่สายตาที่ปลอบโยน
เหมือนจะพูดว่า "บุ๊คร้องไห้ทำไม อย่าร้องนะลูก ป๊าไม่เป็นไรหรอก"
 
แต่ทำไมนะ พอแม่บอกอย่างนั้น เรากลับเศร้ามากมาย ทำใจไม่ได้แบบนี้ เฮ้อ ไม่ไหวจริงๆ
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหาที่รัก พอได้ยินเสียงเค้าเท่านั้นแหละ เอาอีกแล้วคับ น้ำตาท่วมจอ(มือถือ) ครีม+แป้งที่ทาหน้าละลายเป็นแถบๆ
ที่รักจะมารับไปส่งที่รพ. แต่แม่บอกว่าไม่ต้องไปหรอก พรุ่งนี้เช้าค่อยมา ถือกระถางธูปให้ป๊าละกัน
สุดท้ายต้องขอวางสาย เพราะร้องไห้จนปวดหัวแล้ว คุยไม่ไหวจริงๆ
 
..แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อไป จะไปงานศพป๊าได้เหรอ ต้องไปหาซื้อโลงศพ ต้องนั่งมองรูปสุดหล่อของป๊าตั้งอยู่ข้างโลง
ต้องนั่งฟังพิธีกรอ่านชื่อ.. นายสิทธิชัย พิทธยาพิทักษ์ ผู้ล่วงลับไปแล้ว.. ล่วงลับไปแล้ว ล่วงลับไปแล้วจริงๆ TT จะทนได้ยังไง
หยิบโทรศัพท์มาอีก (วันนี้งดเบื่อโทรศัพท์ 1 วัน) เลื่อนๆๆดูเบอร์โทร จะโทรหาใครดี ผ่านหมวด ป.ปลา
..ปะป๊า ..ปะป๊า 2 มีเบอร์ป๊า 2 เบอร์ ด้วยความที่ใจลอย ละเมอ อารมณ์ตอนนั้นอยากทำแบบนั้นมากๆ (ทำเพื่ออะไรก็ไม่รู้)
ก็กดโทรออก Outgoing Call.. ปะป๊า "..." "เลขหมายที่ท่านเรียกอยู่ขณะนี้ ไม่สามารถติดต่อได้ค่ะ" ไม่สามารถติดต่อได้ค่ะ ไม่สามารถติดต่อได้..อีกแล้ว
... ร้องไห้ .. ร้องไห้...ร้องไม่หยุด.. เออ ร้องเข้าไป .. ร้องให้พอ ...
ทำไมป๊าไม่เอามือถือไปด้วยน๊า หนูอยากให้ป๊ารับสายจัง หนูอยากถาม อยากรู้ว่าป๊าจะบอกอะไรหนูบ้าง ตอนที่ป๊าพูดไม่ได้..
 
เอาล่ะ เราต้องผ่านมันไปได้ กำลังใจยังมีอีกเยอะ หม่ามี๊ ที่รัก เจ้าบิวตัวแสบ
ปะป๊าต้องไม่อยากเห็นเราอ่อนแอแน่ เราเองก็ไม่อยากให้ป๊าเป็นห่วง
และอีกอย่าง เชื่อว่า ป๊าคงอยู่ข้างๆ มองพวกเราอยู่ไกลๆ เสมอ
 
สุดท้าย อยากฝากบอกทุกคน ที่สูบบุหรี่ หรือมีคนใกล้ตัว คนที่รัก..สูบบุหรี่ เตือนพวกเค้าบ่อยๆนะ ว่ามะเร็งในช่องปากเนี่ย มันทรมานมากมายเลยนะ
ทั้งพูดไม่ได้ หายใจไม่ได้(ต้องเจาะคอ) แต่สุดท้าย ก็ทานไม่ได้เลย แถมลองนึกดูว่า เวลาเราเป็นซางขุมในปาก แค่จุดกะติ๊ดเดียวน่ะ เจ็บขนาดไหน
แล้วนี่ มันคือก้อนเนื้อใหญ่ๆ เต็มทั้งปาก ทั้งคอ และเจ็บกว่าร้อนในไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า..นะ
 
".....You're here, there's nothing I fear,
And I know that my heart will go on
We'll stay forever this way
You are safe in my heart
And my heart will go on and on ....
 
September, 2005

นี่แหละ ..ความรัก

มีเรื่องเล่าระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันมาก และสาบานว่า
แม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้
และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งไม่เชื่อว่าความรักของทั้ง 2 จะมั่นคง
จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า .. . . ..

"หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก
ดังนั้นข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร...ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป
ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้
เขาจะไม่สามารถจำได้ ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้า
เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป
ไม่แก่ไม่เฒ่า ไม่มีวันตาย จะอยู่อย่างนี้นิรันดร...
เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขา
ในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...

วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้า ทำให้เขาจำเจ้าได้
วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง.. เจ้าจะแก่และตาย
ตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น.. .
และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน...
เขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง..."

หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษ
ที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก
และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่ง
ที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย...
เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขา จำเธอได้
แต่มันไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า...

หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้
ถึงความรักของเธอ...ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดูอย่างเย้ยเยาะ
โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า... รักแท้ที่แม้ความตาย
ก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า
ในช่วงหลังๆ มา หญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน
ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน...
แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข
และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน...

แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
จึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถามกับตัวหญิงสาวเอง...
"เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วหรือ... ความพยายามที่จะพิสูจน์
ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆ
แม้กระทั่งคำสาปของข้า..."


"จริง ๆ แล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า..." หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป
"...ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม... เพียงแต่...
ข้ากลัวว่าความพยายามของข้าจะสัมฤทธิ์ผล... แล้ว......."
"แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย..." นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
"ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตาย... เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า...
....เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า..."

หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น
"อาจใช่...มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่า หากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้
ข้าจะต้องตายจากเขาไป..."

"และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่า เขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?..."

หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ "สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น
ท่านรู้อะไรไหม... ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตาม หาเขา
เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ข้า
เฝ้ามองการเกิดและการตายของเขา มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดู
เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด... และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัส คือการได้เห็น
ความทรมานของผู้เป็นที่รัก โดยที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้...

หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัว พอที่จะพยายามทำให้เขารัก
ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง
เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้...
แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน... ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับ
เนื่องจากการรอคอยที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้

ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก...
สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุข เท่าที่พลังของข้า
จะทำได้... ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง
แต่ข้าก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มของเขา...
ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน อย่างไรก็ตาม
นี่ก็คือความรักของข้า คือสิ่งที่ข้าเป็น...

แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาล แต่ข้าก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า
คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า...
เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์..."

'นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบ เพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง
ในชีวิตของเรา มีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่า เรารักใครสักคนมากมาย เหลือเกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเรา ก็ต้องการความรักตอบกลับมา
หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตา ว่ารักที่ไม่ได้รักตอบ คือการสูญเวลาเปล่า...
แต่มีหลายต่อหลายคน... ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้งแต่ยังได้รักใคร
สักคนอย่างเต็มหัวใจ... ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก...
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกทางไหนหรือคุณจะเลือกหรือไม่?'

คุณจะเลือกทางไหน... เปิดประตูรับความรักเข้ามาเพื่อเติมความอบอุ่น
ให้กับหัวใจแม้เพียงช่วงหนึ่งของชีวิต...
หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเอง กับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ...??

.. ..*. .. *. .. *. . . ทางเลือกเป็นของคุณ . . .*. . ..*...

June, 2005

ความรักของฉันที่มีให้กับเธอ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะรักเธอมากกว่าที่คนอื่นรักเธอหรือเปล่า
แต่เธอจะเป็นคนที่ฉันรักมากกว่าใครที่ฉันพบเจอ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะเอาใจใส่เธอเท่าที่เธอต้องการได้หรือเปล่า
แต่ฉันจะเอาใจใส่ดูแลเธอแคร์ความรู้สึกของเธอให้มากที่สุด

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะหวงเธอและไม่ให้คนอื่นมายุ่งกับเธอได้หรือเปล่า
แต่ฉันจะแสดงความเป็นเจ้าของถ้ามีใครเข้ามายุ่งกับเธอ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะทำให้เธอหายเหนื่อยได้หรือเปล่า
แต่ฉันจะคอยเป็นที่พักพิงให้เธอยามที่เธอเหนื่อยล้าทุกครั้งที่เธอต้องการ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะไปหาเธอทุกวันได้หรือเปล่า
แต่ถ้าเธอเอ่ยปากฉันจะไปหาเธอและจะไปอยู่กับเธอในทุกๆที่

ฉันไม่มั่นใจว่าเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนแปลงฉันจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า
แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันจะเสมอต้นเสมอปลายกับเธอ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะรักเธอตลอดไปได้หรือเปล่า
แต่ฉันจะรักเธอให้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะรักใครคนหนึ่งได้

ฉันไม่มั่นใจว่าความรักที่ฉันให้เธอไปจะได้สิ่งตอบแทนกลับมาหรือเปล่า
แต่ที่ฉันทำไปทุกอย่างฉันต้องการความรักของเธอตอบแทนกลับมา

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะดูแลเธอได้ดีกว่าใครๆหรือเปล่า
แต่ฉันจะดูแลเธอมากกว่าที่ฉันดูแลตัวของฉันเอง

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะอยู่กับเธอตลอดเวลาได้หรือเปล่า
แต่ทุกครั้งที่เธอทุกข์ใจเสียใจฉันสัญญาว่าฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะทำให้เธอยิ้มได้ทุกวันหรือเปล่า
แต่ฉันรู้ว่าฉันจะไม่ทำให้เธอร้องไห้เพราะฉันอีก

ฉันบอกไม่ได้ว่าฉันจะบอกรักเธอทุกวันได้หรือเปล่า
แต่ฉันรู้ว่าเธอรู้ว่าทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปฉันรักเธอ

ฉันไม่รู้ว่าฝันดีของเธอจะมีฉันอยู่ในนั้นด้วยรึเปล่า
แต่ถ้าคืนไหนที่เธอฝันร้ายฉันจะเข้าไปช่วยเธอในฝันเสมอ

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะโทรหาเธอได้ทุกวันหรือเปล่า
แต่ฉันจะโทรหาเธอทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ (เพราะฉันคิดถึงเธอทุกวัน)

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะเป็นคนรักที่ดีของเธอได้หรือเปล่า
แต่ฉันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนนี้จะทำได้

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยู่กับเธอเวลาที่เธอต้องการใครสักคนได้หรือเปล่า
แต่ฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่จะเดินไปจากเธอ

ฉันไม่ได้ต้องการคนรักที่เป็นเหมือนเจ้าชายสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง
เพราะฉันก็ไม่ใช่เจ้าหญิงในนิยายมาจากไหน ฉันขอแค่เธอรักฉันคนเดียวอย่างที่ฉันรัก
ฉันขอแค่เธอคิดถึงฉันมากกว่าที่เธอคิดถึงคนอื่นๆ

ความรักที่ฉันมีให้กับเธอ
มันไม่ได้มีมากมายล้นฟ้าไม่มีอะไรมาวัดค่าได้

ความรักของฉันที่มีให้กับเธอ
แค่หัวใจดวงเล็กๆที่เท่ากับหนึ่งกำมือ แต่มันคือทั้งหมดที่ฉันมีและฉันให้เธอ
 
โชคชะตา บอกถึง คนที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตเรา แต่…หัวใจ บอกถึง คนที่เค้าจะอยู่กับเรา ตลอดไป…

June, 2005

ความหมายของทุกสิ่ง

17 มิ.ย. 48

     ไม่ได้ Up นานเรย พอดีช่วงนี้ยุ่ง นิ๊ดนึง มีคนมาจ้างทำ Website แต่ว่าเริ่มต้นด้วยการทำ logo เว็บก่อน ตอนแรกขอเวลามา 2-3 อาทิตย์ วันรุ่งขึ้นเค้ามาขอให้ทำเร็วขึ้นได้มั๊ย "ได้ค่า วันไหนดีคะ" "ขอวันจันทร์ละกันคับ" แหะๆ วันนี้วันศุกร์ เอิ๊ก จาก 2 อาทิตย์ เหลือ 2 วัน!! แต่เค้าบอกว่ามะเอาหรูมาก - -" ก็ได้ๆ วันนี้เริ่มหา Resource เตรียมไว้ แล้วเสาร์-อาทิตย์ก็ค่อยมา build กัน เปิด Photoshop มามะนานก็เริ่มมึน หัวศิลป์มะค่อยจามีกะชาวบ้านเค้าง่ะ รู้แต่ทฤษฎีอย่างเดียว ดีน้าที่มีพระเอกช่วยชีวิต แหะๆ เลยเสร็จเรียบร้อยตอนบ่ายวันอาทิตย์ มี๊ๆ รอดปาย ออกมาหรูกว่าที่คิดไว้อีก เพราะใครไม่ยู้ เก่งจัง อิอิ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ -/\-

     ช่วงนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัวอย่างแรงเลย รู้สึกหัวหนักมั่กๆ เป็นอารายไม่ยู้ แต่พอทานพาราเซตามอลหลังข้าวเช้าไปก็หาย งุงิ ฝนก็ตกตอนจะออกจากบ้านทุกวัน จาให้เราป่วยจนได้รึไงน้า แต่ช่วงนี้ป่วยยากมั๊ง มีคุณหมอส่วนตัว ^^

     ไม่มีอารายตื่นเต้นๆเล่าให้ฟังแฮะ พอแค่นี้ก่อนละกันนะคะ ByeBye

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง? 

เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง.
เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้
เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลย
ถ้าคุณเคยมีเค้าคนนี้อยู่จริง คุณควรถนอมเค้าไว้ให้ดี ถ้าคุณสูญเสียเค้าไปคุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ

เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว..

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

June, 2005

นายฟ้า กะ ยัยชมพู และ..ความรักสีขาว

     วันนี้ก็ปกติเหมือนทุกวัน เปิดเว็บจะหาโหลด program ใหม่ๆเหมือนเคย ก็ไม่มีอะไรน่าโหลดเรย ก็หาบทความตามเว็บอ่านไปเรื่อย เข้าเว็บสาระแน ดอท คอม ซึ่งไม่ได้เข้านานแย้ว เจอนิยายเรื่องนึง ชื่อเรื่อง "นายฟ้า กะ ยัยชมพู และ..ความรักสีขาว" โอ้โห แค่ชื่อก็โดนใจซะแล้ว >_< แถมคนเขียนใช้ชื่อ Gampong_ka อีก แบบนี้ไม่อ่านไม่ได้แล้ววว มี 30 ตอน แต่เป็นตอนสั้นๆ อ่านจนจบ สนุกดีเหมือนกันนะคะ ^^ มีหลายประโยคโดนใจเหมือนกันแฮะ คล้ายๆเรา..

     "..สีไม้ในกล่องนั้นดูน้อยเหลือเกินและแต่ละแท่งก็ดูชัดว่าใช้บ่อยจนสั้น และแท่งที่สั้นที่สุดก็ดูจะเป็นสีชมพู ซึ่งที่อีกด้านเป็นสีฟ้า เธอนำสีไม้แท่งนั้นแปะลงในไดอารี่ แล้วก็อมยิ้ม^^“พอคิดถึงเขาก็คิดถึงฟ้า คิดถึงฟ้าก็คิดถึงสีชมพู มิน่าว่าทำไม เพราะเห็นมันคู่กันนี่เอง เอาแล้วฉัน อิอิ ไอ้เราก็ชอบสีชมพูอยู่แล้ว แต่เอาเถอะ ขอคิดว่าได้คู่กับเขาในฝันคนเดียวก็ได้"
- - ให้เธอเป็นสีฟ้า ขอฉันเป็นสีชมพู มันอาจตรงกันข้ามกัน ซึ่งเราอาจไม่มีทางจะมาเคียงคู่กัน แต่ฉันอยู่อีกฝั่งของเธอเสมอ ให้เธอได้อบอุ่น ให้เธอรับรู้ไว้ก็พอว่าคนที่อยู่อีกฝั่งของถนน จะคอยเฝ้ามองเธออยู่อย่างนี้ตลอดไป.."

“เป็นความรักที่ดูเป็นไปไม่ได้ ไม่เปงไรไม่เปงไร อย่างน้อย ก็เป็นความรู้สึกดีๆ อิอิ ให้ความรักครั้งนี้ เป็นความรักที่เราได้เรียกว่ารักจริงๆ เพราะความรักเขาหมายถึงการให้ช่ายมะ ม่ายหวังผลก้อได้ ดูเป็นความรักที่บริสุทธิ์จังนะ ไม่รู้เหมือนกาน แค่รู้สึกว่าขอรักเขา ไม่ต้องรักตอบก็ได้ เท่านี้ก็พอ 555 เป็นเอามากนะ รักสีขาวเหรอ ขอแค่คนนี้พอนะ^^เพราะแค่คุณฟ้าคนนี้ ก็รักจะตายแล้ว สงสัยไอ้ข้อตกลงของใจที่จะตัดใจ ทามไม่ได้จริงๆ ก็รักเขาจริงๆซะแล้ว”

     เฮ้อ ทำไงจะเขียนบรรยายความรู้สึกเก่งๆแบบชาวบ้านเค้าได้บ้างน้า จะพยายามฝึกละกาน แต่ตอนนี้ขอจิ๊กประโยคที่คนอื่นเขียนโดนๆมาลงไปก่อน แหะๆ

     มะมีไรเขียนแย้ว ไปก่อนละกันจ้า แว๊บๆ โชคดีนะทุกคน

     -----------------------------------------------------------------------------

นายฟ้า กะ ยัยชมพู และ ความรักสีขาว..ที่จะคงอยู่ตลอดไป

June, 2005

ความรักกับ~หนังสือ~

~หนังสือ~   

--------------------------------------------------------------------------------

คนเราก็เปรียบเสมือนหนังสือที่มีรูปเล่ม และเนื้อหาในตัวเอง การที่หนังสือเล่มนั้น จะเปิดได้ ต้องมีความรักความอยากรู้ ของอีกฝ่าย ถึงจะเปิดออกอ่านได้

แต่ก็มีบางคนที่เปิดอ่านแล้วเข้าใจในหนังสือ เล่มนั้นว่ามีสาระ น่าติดตาม เขาก็จะอ่านหนังสือเล่มนั้นไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมวางมือ หลายคนที่อ่านจนเซ็งก็จะทิ้งไป โดยไม่เหลียวแล และ ไปหาหนังสือ เล่มอื่นมาอ่านต่อ แต่ก็มีอีกหลายคน ที่อ่านและเข้าใจในตัวหนังสือ ทะนุถนอมหนังสือเล่มนั้น โดยไม่ยอมให้คนอื่นมาเปิดอ่านหนังสือ ของตน

แต่ก็มีอีกหลายคน ที่พบกับหนังสือ ที่ตนรัก และพร้อมที่จะเปิดอ่านถึงแม้ว่ารูปเล่มจะชำรุด และเนื้อหาจะเคยมี ผู้อ่านมาก่อนแล้ว แต่ตัวหนังสือ ก็ยังคงแสดงถึงคุณค่าในตัวเอง ถ้าเรายอมรับรูปเล่มได้ ก็จะอ่านอย่างเป็นสุข

การจะพบหนังสือ ที่มีคุณค่านั้น อาจพบได้ยากกว่า หนังสือธรรมดา ทั่วไป เพราะเมื่อเรามองดูที่รูปเล่มนั้น มันอาจจะมีความงดงาม ที่เราได้เห็น แต่พอเรา อ่านเข้าไปภายใน จะพบว่า เราดูแค่รูปเล่มไม่ได้ ต้องดูให้ลึกถึง เนื้อหาสาระภายใน และเมื่อเรา เข้าใจ ในเนื้อหาสาระแล้ว ก็จะเกิดคุณค่า ขื้นมาภายหลัง

แต่ก็มีอีกมากที่ เปิดอ่านหนังสือ แล้วพบกับ ความเศร้าใจ ที่หนังสือนั้น ไม่ให้เราอ่านจนจบถึงแม้ว่า เราจะพยายาม เท่าไรก็ตาม และก็มีอีกส่วนหนึ่ง ที่ได้เปิด อ่านหนังสือ แต่ไม่เข้าใจในเนื้อหาสาระใน หนังสือ อาจจะทำลายหนังสือเล่มนั้น จนชำรุด หนังสือเล่มนั้นก็ได้แต่รอคอยใครสักคนที่จะมาเปิดอ่านอย่างเห็น คุณค่า โดยไม่ทำร้ายเขา และเปิดอ่านอย่างจริงใจทะนุถนอม

แต่สำหรับฉันแล้ว หนังสือที่ฉันเปิดอ่าน ถึงจะไม่เข้าใจ ในความหมาย ก็จะไม่ทำลาย หนังสือเล่มนั้นแต่จะคอย ให้กำลังใจ จนกว่า หนังสือเล่มนั้น จะพบกับผู้อ่าน ที่รักในหนังสือ เล่มนั้นจริงๆ
และฉันก็ พร้อมที่จะอ่านหนังสือ เล่มที่ฉันรักจนสุดหัวใจ และจะปกป้อง ดูแลไปตราบเท่าที่ ฉันยังสามารถอ่านได้อยู่

--------------------------------------------------------------------------------

PS. จามีคนอ่านแล้วรักหนังสือบ้างมั๊ยน้า มี๊ๆ ^^

วันนี้มีคนเหนื่อยหลายคนจัง ^^'

5/06/48
     วันนี้ต้องไปสมัครเรียน<อีกแย้ว> คราวนี้หม่ามี๊กับบิวปายด้วย ซื้อตั๋วเที่ยวตีสาม ก็ต้องตื่นตีหนึ่งอะจิ มะนอนดีกว่าเดี๋ยวหลับแล้วตื่นมะทัน โชคดีได้นอนคุยโทรศัพท์รอ ม่ายงั้นคงง่วงไปแย้ว ออกจากบ้านตอนตี 2 ครึ่ง ฝนตกด้วย เปียกหมดเรย บนรถแอร์ก็หนาว ดีที่มีคนข้างๆคอยห่มผ้าให้อะน้า ม่ายงั้นป่วยแน่ๆ ^^ แต่ว่าเค้าไม่ค่อยสบายแทนง่ะ ม่ายยอมๆ คราวหน้าจาบังคับให้นอนพักแย้ว มี๊ๆ (ว่าแต่ทำไมคนนั่งข้างๆเราเวลาเดินทางต้องเมารถทุกคนเรยง่ะ มีรังสีอะไรป่าวเนี่ย - -") 
     ไปม.ด้วยรถ taxi เบียดเป็นปลากระป๋องเลยง่ะ ทามมายคนร่วมเดินทางเยอะจัง อิอิ กว่าจะสมัครเสร็จเดินขึ้นๆลงๆหลายตึกหลายชั้นมั่กๆ รุ่นพี่แกล้งอีกตะหาก - - เหนื่อยนิดหน่อยแฮะ แต่ลงมาเห็นคนป่วยอาการดีขึ้นก็ค่อยเหนื่อยขึ้นมาหน่อย ^^' เสร็จธุระก็ไปเที่ยวเดอะมอลล์กัน ไปดูงาน RWC ที่ MCC Halls แต่เข้าไปไม่ถึงตรงที่เค้าแข่งง่ะ คนเยอะ ได้เห็นแต่ยักษ์สีฟ้ากับจอใหญ่ๆ ตอนเดินออกมาพี่ที่ซุ้มเกมส์เค้าแปะ tattoo รูปงูสามตัวให้ แต่หัวงูขาดไปตัวนึงซะงั้น ดูคล้ายสาหร่ายติดอยู่บนหลังมือมากกว่า อิอิ เดินไปเรื่อยจนถูกหม่ามี๊ตามตัว อยากหม่ำโออิชิราเม็ง เลยชวนไปกัน แต่ร้านเล็กที่ชั้น 1 มันเต็มง่ะ แล้วก็หาร้านใหญ่ที่อยู่ชั้นบนไม่เจอ นึกว่าจาอดกินซะแย้ว กำลังจะเปลี่ยนไปหม่ำ KFC ร้านข้างล่างก็ว่างพอดี อิอิ ได้หม่ำซะที พออิ่มแล้วมีคนซื้อไอติมมาให้แย่งกินด้วย ^^ พอรอหม่ามี๊ซื้อของไปฝากแฟนเค้า <ก็ปะป๊าอะแหละ เรียกให้มันยากทำไมหว่า> ก็ไปเรียก taxi ไปเอกมัยกัน รถติดมั่กๆ นั่งรถเป็นชม.กว่าจะถึง เผลอหลับไปบนรถกันหมด ยกเว้นพระเอกคนเดียวที่หลับม่ายด้าย เพราะมีภารกิจแบกคนรอบข้างอีก 3 ชีวิต >_< สุดยอด ได้ขึ้นรถทัวร์เที่ยว 4 โมง และแล้วพระเอกของเราก็ได้หลับแย้ว อิอิ แต่คงเมื่อยคอแฮะ เพราะหมอน(จำเป็น)อยู่เตี้ยปายหน่อย มี๊ๆ พอตื่นขึ้นมาก็ฟังเพลงกัน วันนี้ทั้งวันมีความสุขที่สุดก็ตอนนี้แหละค่ะ ^^ (เฮ้อ มะอยากให้ถึงจันท์เลย แต่ก็ห้ามมะได้นี่นา) สุดท้ายก็แยกย้ายกันกลับบ้านจ้ะ

PS. พระเอกจะป่วยรึป่าวน้า เป็นห่วงจัง ดูแลตัวเองดีๆนะคะ เปิดเทอมแย้วด้วย

 

BoOkLeT`

ซูชิจัง^^

●•♪ ..BoOkLeT べòべ

Occupation
Location
Interests
This is a book!!
There are no music lists on this space.